cheap rental cars Hat Yai from Drivemate

แซงต์ ซาโฟแรง

ปัจจุบันแม้มีลูกชายที่เข้ามาช่วยดูแลไร่องุ่นและกิจการไวน์ของครอบครัวนับเป็นรุ่นที่ 5 แล้ว แต่คุณลุงวัยเกษียณก็ยังคงเป็นหัวเรี่ยวหัวแรงสำคัญในการผลิตเป็นอย่างดี โต๊ะไม้ยาวที่วางอยู่กลางบนเป็นที่รับแขกที่พากันมาชิมไวน์ (Wine Tasting) รวมถึงจะได้พูดคุยกับคุณลุงถึงเรื่องราวความรู้เกี่ยวกับประวัติความเป็นมา และความรู้เกี่ยวกับการผลิตไวน์แต่ละขั้นตอน

ไวน์ขาวถูกเปิดและเสิร์ฟให้กับเรา พร้อมกับบทสนทนาอันออกรสของชีวิตชาวเกษตรกรที่เป็นทั้งผู้ปลูกและผู้ผลิตรวมถึงเรื่องเล่าที่ผมต้องนำเอามาใส่เกล้า และจะไม่มีวันลืม

… เมื่อหลายสิบปีก่อน มีกษัตริย์ไทยมาเช่าบ้านพักตากอากาศที่ ปุยดูช์ (Puidoux) หมู่บ้านเล็กๆ ถัดขึ้นเนินเขาไปไม่ไกลจาก แซงต์ ซาโฟแรง ที่เรานั่งกันอยู่นี่ ผมเคยเห็นท่าน แต่ กาสตง ชัวย์ (Gaston Joye) มิตรที่เป็นช่างตัดผมและเพื่อนสนิทของผมเล่าให้ฟังว่า วันหนึ่งทางการของหมู่บ้านได้โทรศัพท์หาเขาและบอกว่ากษัตริย์ของประเทศไทยต้องการช่างไปตัดพระเกศาที่บ้านพัก สนใจจะไปหรือไม่ กาสตงตอบตกลงโดยมีรถซึ่งเป็นคันเดียวกับรถพระที่นั่งมารับเขาถึงบ้าน…

..กาสตงเล่าว่าระหว่างที่ตัดพระเกศาถวาย ในหลวงทรงมีพระราชปฏิสันถารกับเขาเล็กน้อย เมื่อแล้วเสร็จ พระองค์ทรงเสนอพระราชทานเลี้ยงไวน์เป็นการตอบแทนที่มาบริการให้ถึงบ้านกาสตงไม่กล้าปฏิเสธ ทั้งที่เขาต้องไปบริจาคเลือดที่โรงพยาบาลเมืองโลซานน์ในเย็นวันนั้น..

..เมื่อพระองค์เสด็จขึ้นที่ประทับแล้ว ก็มีผู้นำไวน์มาเสิร์ฟ กาสตงจิบเพียงเล็กน้อยและบอกว่ามีธุระต้องรีบไปแต่เจ้าหน้าที่เสิร์ฟไวน์ผู้นั้นอ้างว่าพระองค์อาจไม่ทรงพอพระทัย หากเขาดื่มไวน์ไม่หมด ในที่สุดกาสตงจึงนั่งดื่มไวน์กับเจ้าหน้าที่ผู้นั้นจนหมดขวด จนเขารู้สึกเมา..

..กาสตงบอกผมว่าเขาเพิ่งมานึกได้ว่าเจ้าหน้าที่ผู้นั้นอาจอยากดื่มไวน้ำ เลยอ้างมาแบบนั้นพอเล่าถึงตรงนี้ เขาหัวเราะอย่างอารมณ์ดี ซึ่งทำให้ผมขำไปด้วย อย่างไรก็ตาม กาสตงได้ไปที่โรงพยาบาลในเย็นวันนั้น และสารภาพกับหมอว่าเขาดื่มไวน์จนรู้สึกเมา หมอจึงให้เขากลับมาไหมในวันรุ่งขึ้น…”

เราฟังเรื่องเล่าจากลุงแบร์นารด์อย่างปี่ยมสุข รู้สึกจบวันด้วยเรื่องราวที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งที่เคยฟังมาก่อนกล่าวคำร่ำลา ลุงถามอีกว่ามีเวลาอีกสักครึ่งชั่วโมงไหม พร้อมดูตารางเวลาของรถไฟเที่ยวต่อไปให้ เราจะปฏิเสธในน้ำใจไมตรีได้อย่างไรจึงพากันเดินตามลุงออกจากบ้าน เดินไปอีกไม่ถึงสิบก้าว ก็ถึงโบถส์เล็กๆประจำเมือง แซงต์ ซาโฟแรง ที่ตั้งอยู่ข้างบ้านลุงนี่เอง

ดูจากภายนอกแล้วก็เป็นโบสถ์ค่าแก่เหมือนกับโบสถ์ประจำหมู่บ้านทั่วไป ความเย็นยะเยือกเข้ามาปะทะทันทีที่ก้าวข้าธรณีประตูเข้ไปภายใน ศาสนสถานแห่งนี้ถูกอนุรักษ์มาหลายร้อยปี เป็นที่ประกอบพิธีทางศาสนาของชาวบ้านแถบนี้

ลุงพาเราเดินลงบันไดแคบๆขาดหนึ่งคนเดินลงไปชั้นใต้ดินที่เป็นเหมือนห้องลับ แต่กลับสว่างไสว มีตู้กระจกจัดแสดงสภาพทางประวัติศาสตร์ของหมู่บ้านไว้อย่างน่าสนใจด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย เรื่องราวถูกจัดระเบียบวางไว้อย่างดี พร้อมกับคำอธิบายของไกด์ที่โตมากับโบสถ์แห่งนี้อย่างลุงแบร์นารด์ นับเป็นพิพิธภัณฑ์ทางประวัติศาสตร์ระดับหมู่บ้านที่น่าสนใจไม่น้อย

เรากลับออกมาเพื่อมาให้ทันรถไฟเที่ยวถัดไป ร่ำลากันและบอกให้ลุงกลับเข้าบ้าน เพราะอากาศเริ่มเย็นลงเรื่อยๆ เราเดินผ่านหมู่บ้านที่สร้างด้วยหินแบบโบราณ ผ่านเส้นทางลาดลงตามเนินเขาเตี้ยๆที่หมู่บ้านตั้งอยู่ จนตระหนักว่า แซงต์ ซาโฟแรง ช่างสวยงาม เป็นเสน่ห์ที่หลบซ่อนอยู่อย่างน่าคันหา หากมีเวลาน่าที่จะกลับมาเยี่ยมชมอีกครั้งในคราวหน้า

เรายืนมองพระอาทิตย์ลับขอบฟ้าอีกฝั่งของทะเลสาบเจนีวา เห็นทิวเขาฝั่งประเทศฝรั่งเศสอยู่ไม่ไกล ก็ปรากฏเสียงคุ้นๆดังขึ้น ลุงแบร์นารด์นั่งเอง แกตามเอาเอกสารไวน์และหมู่บ้านมาให้ถึงสถานีรถไฟ เรากล่าวขอบคุณและบอกอย่างเกรงใจว่าไม่ต้องรอส่งเราขึ้นรถไฟ แกจึงยอมเดินกลับไป ทิ้งเพียงน้ำใจไมตรีและความประทับใจไว้ให้ระลึกถึง

 

Leave a comment

Your email address will not be published. Required fields are marked *